นิสสันรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าต้นทุนจากการปรับโครงสร้างองค์กรยังคงกดดันความสามารถทำกำไร ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีนำเข้าและยอดขายที่ชะลอตัว
ตามรายงานของเอบีซีนิวส์ นิสสัน มอเตอร์ เปิดเผยว่า ในไตรมาสเดือนตุลาคมถึงธันวาคม บริษัทขาดทุนสุทธิ 28,300 ล้านเยน หรือราว 185 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากการขาดทุน 14,000 ล้านเยนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายไตรมาสนี้ลดลง 6% เหลือเกือบ 3 ล้านล้านเยน
เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร
อีวาน เอสปิโนซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสัน ระบุว่าต้นทุนจากการปรับโครงสร้างเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมย้ำว่าบริษัทกำลังเดินหน้าในทิศทางที่ถูกต้อง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสภาวะตลาดที่ท้าทาย
นิสสันคาดว่าจะยังขาดทุนจากการดำเนินงานในปีงบประมาณปัจจุบัน และประเมินว่าทั้งปีจนถึงเดือนมีนาคมจะขาดทุนสุทธิราว 650,000 ล้านเยน บริษัทตั้งเป้ากลับมามีกำไรจากการดำเนินงานภายในปีงบประมาณ 2026
ภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจ บริษัทได้ลดจำนวนพนักงาน ขายอาคารสำนักงานใหญ่ และเตรียมปิดโรงงานหลักในเมืองออปปามะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างการผลิตทั่วโลก
ความท้าทายของตลาดรถไฟฟ้า
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ากระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มชะลอตัว ซึ่งอาจกระทบผู้ผลิตอย่างนิสสันที่ลงทุนใน EV อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารนิสสันระบุว่าบริษัทยังต้องพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และนวัตกรรมใหม่เพื่อดึงดูดผู้บริโภค พร้อมแสดงความเชื่อมั่นต่อรถยนต์รุ่น Leaf รุ่นใหม่
หุ้นนิสสันซึ่งปรับตัวลดลงตลอดปีที่ผ่านมา ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.5% ในการซื้อขายล่าสุด
นิสสันยังคงมีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ผลิตรถยนต์ฝรั่งเศส เรโนลต์ และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ของญี่ปุ่น