สสส. ผนึกเครือข่ายทั่วไทย เปิดแคมเปญ “ฟังกันนะบุรี”

สสส.-ธนาคารจิตอาสา-เครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา ผนึกกำลังองค์กร 300 แห่งทั่วไทย เปิดแคมเปญ “ฟังกันนะบุรี” เนื่องในวาระเดือนการฟังแห่งชาติ ปี 2569 เดินหน้าใช้ศักยภาพองค์กร-ท้องถิ่น-ชุมชน สร้างพื้นที่รับฟัง ตลอดเดือน พ.ย. นี้ มุ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์คนในสังคม อุดช่องว่าง คนไทยรู้สึกเหงา-โดดเดี่ยว 31.3% หันพึ่ง AI คิดว่าเข้าใจตัวเองได้ดีกว่าเพื่อน-ครอบครัว

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 ที่SCBX Next Tech สยามพารากอน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับธนาคารจิตอาสา ความสุขประเทศไทย ภาคีเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา และสยามพารากอน จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “ฟังกันนะบุรี” เนื่องในเดือนการฟังแห่งชาติ ปี 2569นำเสนอผลวิจัยสาเหตุความเหงาและโดดเดี่ยวของคนไทย พร้อมชวนสังคมร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย และติดทักษะการรับฟังด้วยหัวใจ ไม่ตัดสิน

นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญาสสส. กล่าวว่า ท่ามกลางสังคมที่เร่งรีบและผู้คนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา คือ คนในสังคมขาดความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทั้งในระดับครอบครัว สถานที่ทำงาน และชุมชน บางคนอาจเกิดความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว ทักษะการฟัง จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนสามารถกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองและได้อยู่กับคนตรงหน้าอย่างสมบูรณ์ สสส. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะดี ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของร่างกาย แต่ยังรวมถึงเรื่องของสุขภาวะทางปัญญาด้วย ที่ผ่านมาได้ร่วมกับธนาคารจิตอาสา และภาคีเครือข่าย ผลักดันเดือนการฟังแห่งชาติให้เกิดขึ้นในไทย และจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 3 โดยในปี 2568 ได้สนับสนุนให้มีพื้นที่การรับฟังเกิดขึ้นในองค์กร 174 แห่งทั่วไทย เช่น สถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย โรงเรียน และโรงพยาบาล มีประชาชนเข้าถึงความรู้และเครื่องมือในการสร้างทักษะการรับฟังบนสื่อออนไลน์ 3 ล้านครั้ง ช่วยให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการความรู้สึกเหงาและความโดดเดี่ยวได้

“แคมเปญเดือนการฟังแห่งชาติ ก่อให้เกิดประโยชน์ 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ช่วยให้คนกลับมาสังเกตอารมณ์ ความคิด ความต้องการ และรู้เท่าทันความรู้สึกของตนเอง ระดับองค์กรและชุมชน การนำทักษะการฟังไปใช้ จะสร้างให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยและวัฒนธรรมที่เกื้อกูลกัน ระดับสังคม สร้างให้เกิดสังคมที่ผู้คนเข้าใจความแตกต่างระหว่างกัน และเพิ่มโอกาสในการทำความเข้าใจปัญหาจากมุมมองที่หลากหลาย นำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ ความสำเร็จในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของ สสส. ที่เข้าไปหนุนการทำงานอย่างเป็นระบบ ดึงต้นทุนขององค์กรที่มีอยู่แล้วทั้งด้านพื้นที่และบุคคล มาร่วมสร้างพื้นที่รับฟัง และในปี 2569 สสส. จะสนับสนุนให้เกิดพื้นที่รับฟังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ใช้ต้นทุนที่มีอยู่ในจังหวัดมาสร้างพื้นที่รับฟังในระดับพื้นที่ เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันกับท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง สร้างให้คนไทยมีสุขภาวะทางปัญญาอย่างยั่งยืน” นางญาณี กล่าว

ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ ผู้อำนวยการร่วมธนาคารจิตอาสา กล่าวว่า ธนาคารจิตอาสาความสุขประเทศไทย ร่วมกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการศึกษาวิจัยประเด็นความเหงาโดดเดี่ยวในช่วงสถานการณ์ภัยพิบัติ รวมถึงการพึ่งพิงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในความสัมพันธ์ของคนไทย ปี 2569 พบคนไทยรู้สึกว่า AI เข้าใจตัวเองได้ดีกว่าคนในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น จาก 20% ในปี 2568 เป็น 31.3% ในปี 2569 คนไทยรู้สึกว่า AI เข้าใจตัวเองได้ดีกว่าเพื่อนเพิ่มสูงขึ้นจาก 17% ในปี 2568เป็น 28.1% ในปี 2569 ที่น่าสนใจ ผลวิจัยยังพบว่า ปัญหาความเหงาและโดดเดี่ยวยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาหลังภัยพิบัติผ่านพ้นไป โดยคนไทย47.9% รู้สึกว่าอุทกภัยกระทบต่อความรู้สึกตนเองในด้านลบทั้งความเครียด เหงา เศร้า และโดดเดี่ยว

“เดือนการฟังแห่งชาติ เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เพื่อสร้างความสัมพันธ์และวัฒนธรรมการฟังให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยปี 2569 ธนาคารจิตอาสา ร่วมกับ สสส. สื่อสารภายใต้แนวคิด ‘ฟังกันนะบุรี’ ชวนคนไทยมาร่วมกันสร้างเมืองที่ทุกคนเป็นผู้รับฟัง ทั้งฟังตัวเอง ฟังผู้คน ฟังโลกและธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตัวเอง และมีทักษะการดูแลความสัมพันธ์กับคนอื่น ทั้งนี้ ตลอดเดือน พ.ย.2569 จะมีกิจกรรมพื้นที่รับฟังเกิดขึ้นทุกสัปดาห์เช่น บริเวณสวนลุมพินี และลาน Nextopiaสยามพารากอน มีกิจกรรมจากภาคีเครือข่ายมากกว่า 300 องค์กรในพื้นที่ทั่วไทย และจัดขึ้นพร้อมกันอีก 4 ทวีปทั่วโลก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์listen.happinessisthailand.com” ดร.สรยุทธกล่าว

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “การฟังคือหัวใจของการบริหารเมือง เมืองน่าอยู่ไม่ได้สร้างแค่ตึกสูงหรือถนนดี แต่สร้างจากการรับฟังเสียงของประชาชน เนื่องในเดือนการฟังแห่งชาติ กรุงเทพมหานครพร้อมเปลี่ยน ‘พื้นที่สาธารณะ’ ให้เป็น ‘พื้นที่แห่งการรับฟัง’ โดยในทุกวันเสาร์ เวลา 13.00 -18.00 น. ตลอดเดือนพฤศจิกายน จะมีการจัดกิจกรรม ‘Listening Space @ สวนลุมพินี’ ที่บริเวณโซนสะพานเขียว อยากชวนทุกคนวางมือถือ แล้วออกมาเดินเล่น พูดคุย รับฟังกันท่ามกลางธรรมชาติ ลดความขัดแย้ง ลดความเครียดและภาวะหมดไฟ (Burnout) เปลี่ยนบ้าน โรงเรียน และที่ทำงานให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจ อยากชวนทุกองค์กรและพี่น้องชาวกรุงเทพฯ มาร่วมเปลี่ยนเดือนพฤศจิกายนนี้ให้เป็นเดือนแห่งการฟัง เพราะถ้าคนในเมืองใจแข็งแรงและเข้าใจกัน เมืองของเราก็จะเข้มแข็งและก้าวข้ามทุกวิกฤตไปด้วยกัน”

นายยุทธชัย แสวงสุทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลาดตะเคียนจ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า จ.ปราจีนบุรี ตระหนักดีว่าการฟังเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความแข็งแรงในชุมชนทุกแห่ง และเป็นก้าวสำคัญของการสร้างรากฐานสุขภาพที่ดี ในปี 2569อบจ.ปราจีนบุรี ร่วมกับ สสส. นำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลาดตะเคียน จัดกิจกรรมสร้างทักษะการฟังให้กับ อสม. และบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)เพื่อเรียนรู้ถึงหลักการพื้นฐานและความสำคัญของการฟัง และจะจัดกิจกรรมพื้นที่รับฟัง นำร่องบริเวณตลาดนัดหน้า รพ.สต.ลาดตะเคียน ก่อนที่จะปรับรูปแบบและขยายผลให้เหมาะสมกับ รพ.สต. อีก 94 แห่งทั่ว จ.ปราจีนบุรี เพื่อรับฟังเสียงพี่น้องชาวปราจีนอย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางการแพทย์ด้านอื่นๆ เป็นการดูแลสุขภาวะทั้งกายและใจไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างรอบด้านแก่ประชาชนทุกคน

นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทลสกอร์ จำกัด กล่าวว่า เราอยู่ในยุคที่ทุกคนมีพื้นที่ในการพูด แต่พื้นที่ของการรับฟังอาจยังไม่เพียงพอ เดือนการฟังแห่งชาติเป็นโอกาสสำคัญที่จะชวนวงการสื่อและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทบทวนว่า นอกจากการสร้างยอดการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมแล้วเราจะสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพในสังคมออนไลน์ได้อย่างไร คอนเทนต์ครีเอเตอร์มีข้อได้เปรียบสำคัญคือความใกล้ชิดและความไว้วางใจจากชุมชนของตัวเอง บทบาทของครีเอเตอร์วันนี้จึงไปไกลกว่าการสร้างการตระหนักรู้ แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมโยงในสังคม ผ่านการเปิดพื้นที่รับฟัง แบ่งปันประสบการณ์ และเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน

Must Read